ท่านถาม-เราตอบ 2

posted on 05 Sep 2010 13:26 by teepakjai-com  in board

    ผู้ใด ที่มีปัญหาชีวิต มีข้อสงสัย เกี่ยวกับเว็บไซด์ หรือมีข้อสงสัยใดๆ กรุณา ส่งคำถามมาที่เรา ได้โดยการใช้ช่องเเสดงความคิดเห็น ได้เลยครับ

ความศรัทธา

posted on 15 Jul 2010 13:46 by teepakjai-com  in board

ความศรัทธา

หลังออกพรรณษา พระภิกษุกลุ่มหนึ่ง ก็มาประชุมกัน เพื่อจะเดินทางไปสอนธรรมะ ทางภาคเหนือ หลังจากที่ตกลงกันเป็นที่เรียบร้อย ก็เริ่มเดินทางในเช้าวันหนึ่ง เจ้าอาวาส ก็เป็นผู้นำทาง เดินทางไปได้สักพักหนึ่ง เจ้าอาวาส ก็เหลือบไปเห็น สิ่งๆหนึ่ง เป็นมูลวัว ที่กองขวางทางอยู่ เพื่อไม่ให้น่าเกลียด ก็นำใบไม้ใบใหญ่ ปิดมูลวัวไว้ เพื่อไม่ให้น่าเกลียด แล้วก็เดินผ่านไป พระองค์ที่เดินตามหลัง เห็นว่ายังปิดทับไม่มิด ก็เลยหยิบใบไม้อีกใบ ปิดทับไว้ พระองค์ที่สาม ก็ทำตาม เพื่อให้ดูไม่น่าเกลียด ทำให้พระองค์ต่อไป ไม่รู้ว่า ข้างหน้าทำอะไร เห็นแต่ว่าหยิบใบไม้มาวางทับเป็นกอง ก็ทำตามบ้าง เพราะคิดว่าเป็นพิธีกรรม ของอาจารย์ จนกระทั่ง พระทุกองค์ เดินผ่านไปหมด และทุกองค์จะต้องวางใบไม้หนึ่งใบ ทำให้ประชาชนที่อยู่รอบนอก เห็นโดยทั่วกัน เกิดความศรัทธา ในพิธีกรรมของพระ พอพระผ่านไปหมด ก็ตรงไปที่กองใบไม้ ก็เห็นแต่ใบไม้สูงเป็นกอง เพราะพระที่ผ่านไปนั้น มีเป็นร้อยๆองค์ ประชาชนเกิดความเลื่อมใส ในพิธีกรรมของพระ จึงถือว่าเป็นสถานที่ ศักดิ์สิทธิ์ ทุกคนจึงพากันมาเคารพบูชา มีการกราบไหว้ นานเข้า

       ข่าวนี้ก็เข้าไปถึงในตัวเมือง ประชาชน ก็เข้ามากราบไหว้บูชา ต่อมา พอมีปัญหาเดือดร้อนเรื่องอะไร ก็จะมาบนบานสานกล่าว เรื่องที่ร้ายก็จะผ่านพ้นไปด้วยดี คนเจ็บป่วยที่มากราบไหว้ ก็จะหายจากโรคภัยไข้เจ็บ ทำให้เป็นที่เคารพนับถือของคนเป็นอย่างมาก วันคืนผ่านไป ประมาณหนึ่งปี ท่านอาจารย์ ก็กลับจากการโปรดสัตว์ ผ่านมาเห็นประชาชนจำนวนมาก เคารพกราบไหว้ ท่านเจ้าอาวาส ก็ถามประชาชน ว่ามาไหว้กราบอะไรกัน คนที่รู้เรื่องก็เล่าว่ากราบไหว้ มงคลสถานที่ท่านเจ้าอาวาสทำไว้เมื่อตอนไปโปรดสัตว์ เมื่อปีที่แล้ว ท่านอาจารย์ ก็เลยนึกถึงเหตุการณ์วันนั้น ขึ้นมาได้ ท่านก็เลยยักหน้ารับรู้ แล้วก็เดินผ่านไป พระองค์ที่สอง ก็ถาม ว่าทำไมท่านไม่เล่าความจริง ให้ประชาชนฟัง ท่านอาจารย์บอกทำไม่ได้หรอก เพราะเขามีศรัทธามาก เข้าหายจากโรคภัยไข้เจ็บ และยังเป็นที่พึ่งทางใจ ของประชาชน เป็นอย่างมาก อาตมา ไม่กล้าทำลายศรัทธาเขาหรอก .

       ศรัทธา เป็นสิ่งที่ เกิดขึ้นยาก เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ย่อมเป็นที่พึ่ง ทั้งทางกาย และ ทางใจ เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้น การทำลายศรัทธาจึงถือว่า เป็นสิ่งที่ เป็นความเสียหาย ทั้งกาย และ ใจ เป็นอย่างมาก

            ไวยทัศน์   22/06/53(8:25)

มนุษย์ ต้องการอะไร

posted on 06 Jul 2010 07:55 by teepakjai-com  in board

ไม่มีใครผิด

posted on 22 Jun 2010 08:58 by teepakjai-com  in board

 

      พระออกบิณฑบาตร ในตอนเช้ามืด เดินไปตามคันนา เพราะความมืด มองไม่คอยเห็น จึงได้เหยียบย่ำ ทั้งมด และไส้เดือน ตายไปเป็นจำนวนมาก  ตอนเช้า ชาวบ้านมาเห็นเข้า ตกใจ นำความไปแจ้งให้ เจ้าอาวาสทราบ ในการกระทำที่ไม่เหมาะสมของพระ เจ้าอาวาสก็เลยบอกว่า

       เจ้าอาวาส: เมื่อคืน ฝนตกหนัก ทั้งมด และไส้เดือน ก็เลยหนีน้ำ ขึ้นไปบนคันนา แล้วตอนพระบิณฑบาตร ก็มืด พระก็เลยมองไม่เห็น พระไม่ผิดหรอก

         ชาวบ้าน: ถ้าอย่านั้น ผมก็ผิดนะสิ ที่มาเล่า ให้ท่านฟัง

       เจ้าอาวาส: ท่านก็ไม่ผิด เพราะเห็นอย่างไร ก็เอามาเล่าอย่างนั้น

         ชาวบ้าน: ถ้าอย่างนั้น ไส้เดือน และมด มันก็ผิดสิ เพราะว่าขึ้นมาบนคันนา ที่พระเดินบิณฑบาตร

       เจ้าอาวาส: ไส้เดือนและมด ก็ไม่ผิด เพราะพวกมันหนีน้ำขึ้นมา อยู่ในที่ที่ปลอดภัย

         ชาวบ้าน: เมื่อมีเรื่องที่ไม่ดี ต้องหาคนผิดให้ได้สิ เพราะเรื่องนี้ จะได้ไม่เกิด อีกต่อไป

       เจ้าอาวาส: เรื่องนี้ไม่มีใครผิด มดและไส้เดือน ก็ไม่ผิด พระก็ไม่ผิด โยมก็ไม่ผิด แม้อาตมาที่ตัดสินว่า ผู้อื่นไม่ผิด ก็ไม่มีความผิด เพราะทุกคน ไม่มีความผิดจริงๆ

         เรื่องทุกเรื่องที่เกิดขึ้น แม้จะเกิดความผิดพลาด แต่บางเรื่อง จะค้นหาคนผิดไม่ได้ เพราะทุกคน ก็มีเหตุผล ของการกระทำ ด้วยกันทุกคน.

                                        ไวยทัศน์

                                    23/06/53(10:30)

ใครผิด-ใครถูก

posted on 22 Jun 2010 07:17 by teepakjai-com  in board

 

 

 

การทำกิจการทุกอย่าง ความพร้อมของร่างกายเป็นเรื่องสำคัญ ต้องพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ อย่าพยายามฝืนร่างกาย หิวก็จงกิน ง่วงก็จงนอน นี่คือสิ่งที่สำคัญที่ต้องปฏิบัติ

นานมาแล้วมีชาย 2 คนเป็นเพื่อนรักกันมาก มีนิสัยเหมือนกันคือชอบศึกษาธรรมะ ปฏิบัติธรรม แสวงหาอาจารย์มาตั้งแต่เล็กๆ จนโตเป็นหนุ่ม    แล้ววันหนึ่งได้ทราบข่าวว่ามีอาจารย์ผู้บรรลุธรรมเปิดสอนธรรมะอยู่กลางป่าใหญ่ ทั้ง 2 ก็มีความยินดี จะศึกษา แต่ป่านั้นลึกมาก และทุรกันดานมาก สุดท้ายทั้ง 2 ก็ตัดสินใจ เข้าไปในป่าเพื่อจะหาอาจารย์ แต่พอเดินทางไปได้ 3 วัน อาหารที่เตรียมไปก็หมดลง จึงต้องหาอาหารในป่า แต่อาหารในป่ามีน้อย ชายคนแรกก็พยายาม กินผลไม้ เพื่อประทังชีวิต  ชายคนที่ 2 ทนหิวไม่ไหวต้องฆ่าสัตว์เล็กเพื่อเป็นอาหารไปในแต่ละมื้อ ร่างกาย ก็แข็งแรง สมบูรณ์ดี ส่วนคนที่กิน แต่ผลไม้ ร่างกายผอม ไม่แข็งแรงสมบูรณ์ ประมาณหนึ่งเดือน ก็มาเจอสำนักอาจารย์ ที่กลางป่า ทั้ง 2 จึงเข้าไปหา อาจารย์ สอบถามก็รู้ว่าต้องการมาปฏิบัติธรรม  อาจารย์เห็นสองคนมีสภาพต่างกันจึงถามว่า  เดินทางมาด้วยกันทำไมจึง อ้วนคน ผอมคน  คนที่ผอมจึงตอบด้วยความภูมิใจว่าผมกินแต่ผลไม้ ส่วนเพื่อนผมฆ่าสัตว์กินมาตลอดทาง จึงดูแข็งแรงสมบูรณ์ อย่างที่เห็นนั่นแหละครับ

      ท่านอาจารย์ มองดูคนผอมอย่างสงสาร พร้อมกับพูดว่า เธอโชคดีนะที่เธอไม่ตายก่อนที่จะมาเจอเรา ถ้าเป็นเช่นนั้นเธอคงไม่ได้ปฏิบัติธรรมแน่นอน   แล้วอาจารย์ก็พาทั้ง 2 เข้าไปสู่ห้องปฏิบัติธรรม คนที่แข็งแรงสมบูรณ์เมื่อปฏิบัติ ตามคำแนะนำ ของท่านอาจารย์ก็บรรลุธรรมภายใน 7 วัน ส่วนคนที่ไม่สมบรณ์ ต้องมาฟื้นฟูร่างกายอีกประมาณ 2 อาทิตย์ ร่างกายก็แข็งแรงสมบูรณ์ และได้บรรลุธรรมในเวลาต่อมา พอทั้ง 2 บรรลุธรรมแล้ว อาจารย์ก็สั่งสอนทั้งสอง ให้รู้ความเหมาะควร เมื่อเราจะทำการงานใดๆ ร่างกายจะต้องแข็งแรงสมบูรณ์ เมื่อยามที่เราหิวก็ต้องกิน เมื่อยามที่เราง่วง เราก็ต้องนอน อย่าไปฝืนร่างกาย ถ้าเธอจะทำกิจการงานใดๆ ร่างกายต้องแข็งแรงสมบูรณ์ จึงจะถูกต้อง.

                                                                    ไวยทัศน์
                                                               
02/10/51(11:30)

ประโยชน์ที่แท้จริง

posted on 21 Jun 2010 11:41 by teepakjai-com  in board
เขียนโดย ไวยทัศน์   

คำพูดและการแสดงออก  เกิดจาก  ความคิด
ความคิด  เกิดจาก  ความรู้
ความรู้  เกิดจาก  การเรียนรู้
การเรียนรู้  เกิดจาก  การรับรู้
การรับรู้  เกิดจาก  การแสวงหา
การแสวงหา  เกิดจาก  ความรู้สึกว่าตนเองบกพร่อง
ความรู้สึกว่าตนเองบกพร่อง  เกิดจาก  การเปรียบเทียบ
การเปรียบเทียบ  เกิดจาก  การกำหนดดีชั่วสูงต่ำ
ดีชั่วสูงต่ำ  เกิดจาก   ความพอใจไม่พอใจในประโยชน์ที่ตนเองได้รับ
ความพอใจไม่พอใจในประโยชน์ที่ตัวเองได้รับ  เกิดจาก
การมองไม่เห็นแก่นแท้ของประโยชน์
แก่นแท้ของประโยชน์  คือการไม่มีประโยชน์
การเห็นว่าไม่มีประโยชน์  คือประโยชน์ที่แท้จริง

                                                    ไวยทัศน์

                                                21/06/53(12:00)

edit @ 21 Jun 2010 11:49:26 by ที่พักใจดอทคอม

ท่านถาม-เราตอบ

posted on 14 Jun 2010 14:58 by teepakjai-com  in Question

       ผู้ใด ที่มีปัญหาชีวิต มีข้อสงสัย เกี่ยวกับเว็บไซด์ หรือ มีข้อสงสัยใดๆ กรุณาส่งคำถามมา ที่เราได้ โดยการใช้ช่องแสดงความคิดเห็น ได้เลย

                                                                      ไวยทัศน์

                                                                   14/06/53(15:00)

องคุลีมาล

posted on 11 Jun 2010 11:44 by teepakjai-com  in board

องคุลีมาล_ตอนที่หนึ่ง

 

      กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว มีชายผู้หนึ่ง มีนิสัย ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่มีจิต คิดที่จะทำร้าย แม้แต่มดเพียงตัวเดียว เขาจึงเป็นที่รักใคร่ ของพ่อแม่ และเพื่อนบ้าน เป็นอย่างมาก จึงได้ชื่อว่า อหิงสกะ  เมื่อเจริญวัยขึ้นมา พ่อแม่ จึงให้ไปศึกษา ศิลปะ ความรู้ จากอาจารย์  เพราะเป็นเด็กดี จึงเป็นที่รัก ของอาจารย์ เป็นอย่างมาก ส่งผลให้ เพื่อนๆที่เรียนด้วยกัน ไม่พอใจ เริ่มมีความริษยา และหาทางกลั่นแกล้ง จึงพยายามพูด ให้อาจารย์เกลียดให้ได้ นานเข้า อาจารย์ก็เริ่มไม่พอใจ  และวางแผน กำจัดอหิงสกะ โดยบอกว่า อาจารย์มีวิชาดีอีกอย่างหนึ่ง ที่จะสอนให้กับ อหิงสกะเพียงผู้เดียว แต่วิชานี้ ยากมาก และต้องมีเงื่อนไขว่า ก่อนจะเรียน จะต้องทำสิ่งที่ขัดกับนิสัย ของอหิงสกะมาก อาจารย์หยุดนิ่ง อยู่พักหนึ่ง อหิงสกะก็พูดว่า กรุณาบอกกระผมเถอะว่า จะให้ทำอะไร อาจารย์ก็ตอบว่า เธอจะต้องเข้มแข็ง และฆ่าคนถึงพันคน แล้วเราจึงจะสอนวิชานี้ให้ วิชานี้ เมื่อเธอเรียนจบ เธอจะพบกับสันติสุข ที่แท้จริง อหิงสกะฟังแล้วก็ตะลึง เพราะขัดกับนิสัยมาก จึงถามอาจารย์ว่า เปลี่ยนเป็นวิธีอื่น ได้ไหมครับ เพราะสิ่งนี้ ขัดกับนิสัยผมมาก อาจารย์บอกว่า ถ้าเธอไม่เข้มแข็ง เราก็จะไม่สอนให้ เธอต้องทำให้ได้ เราจึงจะสอนให้ อาจารย์ใช้อุบายเช่นนี้ เพื่อต้องการให้อหิงสกะ ไปให้พ้น แต่ตัวอหิงสกะ กลับคิดอีกแบบ คือต้องการจะเรียนรู้ จากอาจารย์ให้ได้ แม้จะขัดกับนิสัยยังไง ก็จะทำให้ได้ จึงรับปากกับอาจารย์ว่า ถึงจะยาก กระผมก็จะทำให้ได้ แล้วก็ลาอาจารย์ไป โดยพูดว่า เมื่อกระผมทำงานเสร็จ ผมจะกลับมาเรียนวิชา จากอาจารย์ขอรับ

     พอลาอาจารย์มา อหิงสกะคิดหนัก สิ่งที่อาจารย์สอน ก็อยากจะเรียน แต่การฆ่าผู้คน ก็ขัดกับนิสัย ทำให้สับสน และไม่มั่นใจ ว่าตนจะทำได้ แต่ก็ต้องทำ ยิ่งอยู๋ตามลำพังนานขึ้น ก็มีความคิดว่า ถึงยังไงก็ต้องทำให้ได้ เป็นการสู้กับความนึกคิด ของตนเอง อย่างรุนแรง วันคืนก็ผ่านไป สุดท้าย ก็ตัดสินใจ ฆ่ารายที่หนึ่ง ซึ่งทำให้เขาตื่นเต้นมาก เพราะเกิดมา ไม่เคยฆ่าใคร พอนานเข้า ความตื่นเต้นน้อยลง ก็ตัดสินใจฆ่ารายที่สอง และรายอื่นๆ ต่อไปเรื่อยๆ จากคนที่ อ่อนโยน ก็กลายเป็นคนที่ดุร้ายและรุนแรง เพราะหวังอย่างเดียวคือ จะเรียนรู้วิชาจากอาจารย์ วันคืนผ่านไป... การฆ่าก็ดำเนินไปเรื่อยๆ... ชาวเมืองรู้เรื่องนี้ เกิดความหวาดกลัว เลยตั้งชื่อชายผู้นี้ว่า องคุลีมาล คือ ผู้ที่สร้างความเดือดร้อน ให้กับผู้อื่น ทุกหย่อมหญ้า ข่าวเริ่มลือกันไปทั่ว ทำให้ชาวบ้าน เกิดความหวาดกลัวไปทั่วทั้งเมือง วันเวลาผ่านไป... องคุลีมาล ฆ่าคนต่อไปเรื่อยๆ และเหลืออีกเพียงคนเดียว ก็จะครบหนึ่งพันคน

                                                                    ไวยทัศน์

                                                               10/06/53(16:00)

 

 องคุลีมาล_ตอนที่สอง

คลิกดูรูปใหญ่     ข่าวขององคุลีมาล ดังไปทั่วทั้งเมือง ทำให้แม่ ขององคุลีมาล ทราบข่าว และเป็นห่วงองคุลีมาลมาก จึงตัดสินใจ เดินทางไปหา องคุลีมาล ในตอนเช้า โดยเดินลัดเลาะเข้าไปในป่า เข้าไปหาองคุลีมาล ต้องเดินทางเข้าไปลึกมาก จนพบองคุลีมาล แม่จำลูกได้ จึงเดินเข้าไปหา องคุลีมาลคว้าดาบ มองไปที่หญิงที่เดินเข้ามา พร้อมกับคิดว่า"หญิงคนนี้ น่าจะเป็นคนที่หนึ่งพัน" เราคงจะได้กลับไปหาอาจารย์ แน่แล้ว เพราะหมกมุ่นกับการฆ่า และจากแม่มาอยู่ป่านานแล้ว จึงจำแม่ไม่ได้ คิดอยู่อย่างเดียว คือทำงานให้เสร็จ และกลับไปหาอาจารย์ให้ได้

    การตัดสินใจนี้ ล่วงรู้ถึงองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงคิดว่า ถ้าองคุลีมาลฆ่าแม่ จะเป็นมาตุฆาต เป็นกรรมหนัก ที่จะขัดขวาง การบรรลุธรรม ขององคุลีมาลเอง จึงตัดสินใจ ที่จะไปช่วย จึงเสด็จมา โปรดองคุลีมาลทันที ในขณะที่องคุลีมาล กำลังเดินเข้าไปหาแม่ ก็เหลือบไปเห็นพระพุทธเจ้า ที่กำลังเดินเข้ามา จึงเกิดเปลี่ยนใจกระทันหันว่า จะฆ่าสมณะผู้นี้ จะดีกว่า จึงตะโกนเรียกให้สมณะหยุด พร้อมกับวิ่งตามไป แต่วิ่งจนเหนื่อย ก็ตามสมณะไม่ทัน จึงตะโกนให้หยุดอีกครั้งหนึ่ง สมณะก็ตรัสมาว่า "เราหยุดแล้ว เธอสิยังไม่หยุด" องคุลีมาลก็พูดว่า "ท่านยังเดินอยู่ จะกล่าวว่าหยุดแล้วได้อย่างไร" สมณะตรัสตอบไปว่า "เราหยุด เบียดเบียนผู้อื่นแล้ว เธอสิ ยังไม่หยุด" คำตรัสของพระสมณะ ทำให้องคุลีมาล เกิดความคิดว่า เราแท้จริง ก็เป็นคนอ่อนโยน ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กลับใคร บัดนี้ เราได้ทำในสิ่งที่ ไม่ใช่นิสัยของเราเลย สำนึกได้อย่างนี้ ก็รู้สึกว่า เราได้ทำสิ่งผิดพลาดไปแล้ว จึงเกิดความสะเทือนใจ ในความผิดที่ตนเอง ได้กระทำไป จึงคุกเข่าต่อหน้าพระพักตร์ และกล่าวว่า "ท่านมาโปรด ช้าเหลือเกิน" องคุลีมาล รู้แล้วว่า บัดนี้ได้ทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ลงไปแล้ว

     หลังจากที่ องคุลีมาล สงบลงแล้ว พระพุทธเจ้า ก็ทรงตรัสต่อไปว่า "ที่เธอทำคราวนี้ เพราะกรรมแต่หนหลัง แต่บัดนี้กรรมทั้งหมด ก็ได้ยุติแล้ว ขอเธอจงตั่งใจฟัง ธรรมที่เราจะตรัสต่อไปนี้เถิด" ท่านองคุลีมาล ก็ตั้งใจฟัง ด้วยความเลื่อมใส และไม่นาน ก็บรรลุธรรม

 

           อธิบายท้ายเรื่อง

     หลายคนอาจจะสงสัยว่า ผู้ที่ฆ่าคน มากมายตั้ง ๙๙๙ คน ทำไมจึงบรรลุธรรมได้ และขออธิบายว่า การที่จะบรรลุธรรมได้  จิตต้องเข้มแข็ง

     จิตของมนุษย์ จะเข้มแข็งได้ ต้องเป็นจิตที่ละเอียด ถ้าสังเกตุดู จะเห็นว่า องคุลีมาล จิตจะละเอียด เพราะตั้งแต่เล็กมา จะไม่เคยเบียดเบียนใครเลย จึงเป็นที่รักของทุกคน ในหมู่บ้าน ตอนมาเรียนวิชากับอาจารย์ อาจารย์ก็รัก คนที่จิตละเอียด ย่อมเป็นที่รักของคนทั่วไป ครั้นอาจารย์หลอกให้มาฆ่าคน เพื่อแลกกับวิชาการ ที่ประเสริฐ องคุลีมาลจึงเกิดความรู้สึก ต้องฝืนใจมาก แต่เพราะความอยากจะเรียนวิชา จึงต้องฝืนใจฆ่า ด้วยความยากลำบาก ยกตัวอย่าง เพื่อความชัดเจน เหมือนพ่อรักลูก แต่ลูก ได้รับบาดเจ็บ ทุกข์ทรมาน และไม่มีทางหาย โดยเด็ดขาด จึงขอร้องให้พ่อ ช่วยฆ่าตนเอง เพื่อจะได้พ้นความทุกข์ ที่ตนเองได้รับอยู่ในขณะนั้น พ่อต้องฝืนใจทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ เพื่อความสุขของลูก เพื่อจะได้พ้นจากความทรมานไปเสียที จึงต้องตัดสินใจ ฆ่าลูกด้วยความรัก แม้จะรักลูกสักเพียงใดก็ตาม ถือว่าเป็นการฆ่าที่เต็มไปด้วยความเมตตาปราณีอย่างสูงสุด ไม่ได้ฆ่าด้วยความเกลียดเลย แม้แต่น้อย

     องคุลีมาล ก็เช่นเดียวกัน ท่านมีความเมตตาปราณี ต่อผู้อื่นเป็นอย่างมาก ต้องการจะเรียนวิชาจากอาจารย์ เพื่อประโยชน์สุข ต่อตนเองและผู้อื่น ในอนาคต ถือว่าเป็นความปรารถนาที่ยิ่งใหญ่ ทั้งประโยชน์ตนและผู้อื่น จึงสามารถฝืนใจ ทำสิ่งที่ขัดกับนิสัย ของตนเองได้ ด้วยเหตุนี้ ทุกครั้งที่ฆ่าคน องคุลีมาล จะต้องมีความเข้มแข็ง เพื่อจะสู้กับคุณธรรม ของตนเอง เมื่อฝืนใจ บ่อยๆ เข้า จิตย่อมเข้มแข็ง ด้วยเหตุนี้ พอพบพระพุทธเจ้า และได้พบ กับคำสอนที่ละเอียดปราณีต ประกอบกับ จิตของท่าน ก็เข้มแข็งอยู่แล้ว จึงสามารถ จะติดตาม คำสั่งสอนได้ทุกคำ และสามารถเข้าสู่สัจจะภาวะ และสามารถ บรรลุธรรมได้ในที่สุด

      กรรมที่คนเราทำ กับ สภาพจิต บางครั้งก็สวนทางกัน

      การตัดสินผู้อื่น จึงต้องสนใจ ทั้งความคิด และการกระทำ ของคนคนนั้น

                                                                    ไวยทัศน์

                                                               11/06/53(12:00)

edit @ 11 Jun 2010 11:46:14 by ที่พักใจดอทคอม

ความจริงแท้

posted on 21 Mar 2009 04:56 by teepakjai-com  in Dharma-puzzle
ความจริงแท้      
 
เขียนโดย ไวยทัศน์   

ไม่ต้องวิ่งหนีความเท็จ เพื่อจะหาสัจจะ    เพราะในความเท็จย่อมมีสัจจะ การรู้ชัดว่าสิ่งใดเป็นความเท็จ นั่นแหละ ก็คือสัจจะแห่งความเท็จ

 


      ไม่มีอะไรจะต้องขจัดออกไป   ไม่มีอะไรจะต้องเพิ่มเติมเข้ามา    ความจริงแท้ย่อมเป็นความจริงแท้เสมอ   ผู้เข้าใจเช่นนี้คือผู้อิสระ 
      รูปมิต่างจากความว่าง ความว่างมิต่างจากรูป   ผู้ที่เข้าใจปริศนาธรรมนี้ คือผู้รู้  

    ธรรมะ ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องศึกษา แต่เป็นสิ่งที่เราต้องเห็น การเห็นธรรม เรียกชื่อว่า ธรรมะจักษุ

                                                   ไวยทัศน์

                                    3/10/51(18:23)

edit @ 14 Jun 2010 15:15:16 by ที่พักใจดอทคอม

เมื่อโลกเจริญขึ้น

posted on 15 Mar 2009 05:13 by teepakjai-com  in poetry
เมื่อโลกเจริญขึ้น      
เขียนโดย ไวยทัศน์   

 


เมื่อมนุษย์อ่อนแอลง  อาวุธจึงเกิดขึ้น
เพราะมีอาวุธ  มนุษย์จึงเข้มแข็ง
เพราะมีความเข้มแข็ง  มนุษย์จึงโง่ลง
เพราะมีความโง่  มนุษย์จึงกล้าขึ้น
เพราะมีความกล้าขึ้น  โลกจึงเสื่อมลง
เมื่อโลกเสื่อมลง  มนุษย์จึงเข้าใจผิดคิดว่า
โลกเจริญขึ้น

edit @ 15 Mar 2009 05:25:47 by ที่พักใจดอทคอม

edit @ 14 Jun 2010 14:30:45 by ที่พักใจดอทคอม